ม.1 จับสลาก “หอวัง” คึกคัก! “ศึกษานารี” รับหมด

ผู้ปกครองนำบุตรหลานจับสลากโรงเรียนดังคึกคัก “หอวัง” ยอดรายงานตัว 420 คน รับได้เพียง 85 คน ผอ.ยันนักเรียนที่พลาดหวังมีที่เรียนทุกคน พร้อมจัดสรรไปยังโรงเรียนในเขตพื้นที่ 6 แห่ง “จุรินทร์” ย้ำเด็กทุกคนมีที่เรียน ฝากผู้ที่พลาดหวังไม่จำเป็นต้องได้โรงเรียนดังก็ประสบความสำเร็จได้ ยันไม่มีการเปลี่ยนระบบจับสลาก หากไม่มีวิธีรองรับที่ดีกว่านี้ สั่งการ ผอ.ร.ร. ผู้ตรวจราชการ ศธ. รายงานผลการรับนักเรียนทั้งหมดภายใน 15 วัน “ร.ร.สายปัญญา” เด็กมาจับสลากไม่ถึงยอดรับหมด “ศึกษานารี” ผู้ปกครอง-เด็กเฮลั่นโรงเรียนประกาศรับทุกคนเหตุยอดเกินเล็กน้อย

โฉมหน้าผู้สมหวังในการจับฉลาก

วันนี้ (29 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงเรียนหอวัง ที่มีการจับสลากเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยบรรยากาศในช่วงเช้า เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. นักเรียนและผู้ปกครองนำพวงมาลัยและธูปเทียนไปสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระพุทธปัญญาสุริยาภาธร พระพุทธรูปประจำโรงเรียนหอวัง ขอพรก่อนเข้าห้องประชุมเพื่อจับฉลาก ทั้งนี้ทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้ผู้ปกครองเข้าไปด้วย แต่ให้นั่งดูการถ่ายทอดผ่านทางโทรทัศน์วงจรปิดอยู่ด้านนอก

จากนั้นเมื่อเวลาประมาณ 08.45 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้เดินทางมาเพื่อตรวจความเรียบร้อยการจับสลากเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ณ โรงเรียนหอวัง และภายหลังจากเข้าทักทายกับผู้ปกครองที่มารอให้กำลังบุตรหลานเสร็จ ก็เดินเข้าไปยังหอประชุมซึ่งเป็นสถานที่การจับสลากโดย นายจุรินทร์กล่าวว่า การจับสลากในวันนี้แน่นอนว่าต้องมีทั้งผู้สมหวังและผิดหวังแต่ก็ให้ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งก็อยากจะให้นักเรียนและผู้ปกครองสบายใจได้ว่า ถึงแม้บุตรหลานจะพลาดหวังจากการจับสลากในวันนี้ ทางรัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการจะจัดสรรที่เรียนให้ครบทุกคน ไม่มีตกค้าง และทุกคนจะเข้าสู่โครงการเรียนฟรี 15 ปี ตั้งแต่อนุบาล ถึง ม.6

“โรงเรียนเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่เป็นประตูเพื่อเปิดโอกาสให้เข้าเรียน และคนที่ประสบความสำเร็จในบ้านเมืองหลายคนก็ไม่จำเป็นว่าต้องจบในโรงเรียนอันดับ 1 โรงเรียนดังๆ เท่านั้น โรงเรียนไม่ใช่เงื่อนไข สิ่งสำคัญอยู่ที่ตัวนักเรียนเอง จึงอยากให้กำลังใจสำหรับผู้ที่อาจพลาดหวังเพราะถึงแม้จะไม่ได้ในวันนี้ก็ใช่ว่าในอนาคตจะไม่มีทางประสบความเร็จอีก” รมว.ศธ.กล่าว

ส่วนจะมีการยกเลิกรูปแบบการจับฉลากเข้าเรียนหรือไม่นั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า หากจะเปลี่ยนวิธีต้องเปลี่ยนเป็นการสอบคัดเลือกทั้งหมดซึ่งจะมีทั้งข้อดีก็คือโรงเรียนชื่อดังจะมีนักเรียนที่เก่งเข้ามาเรียนทั้งหมด ในขณะที่นักเรียนในเขตพื้นที่ใกล้โรงเรียนแต่พลาดการสอบก็จะต้องไปเรียนในโรงเรียนที่อยู่ไกลออกไปจากบ้าน ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ว่าระบบที่เป็นอยู่ปัจจุบันเป็นระบบที่ได้รับการยอมรับมานาน ดังนั้น ในสมัยที่ตนยังรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหากยังไม่มีวิธีที่ดีไปกว่านี้ได้แล้วไปเปลี่ยนแทนที่จะช่วยแก้ปัญหาอาจจะสร้างปัญหามากกว่าเดิมก็ได้ ทั้งนี้ ตนได้สั่งการไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนทุกแห่ง ผู้ตรวจการของกระทรวง ให้มีการรายงานผลการรับทั้งหมดให้ทราบภายใน 15 วันนับจากนี้

นายปลองยุทธ อินทพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหอวัง กล่าวว่า สำหรับการจับสลากในวันนี้นั้นมีนักเรียนที่รายงานตัวทำการจับสลากทั้งสิ้น 420 คน จากยอดลงทะเบียนสมัคร 471 คน โดยที่โรงเรียนสามารถรับได้เพียงแค่ 85 คน ซึ่งผู้ที่พลาดหวังทางโรงเรียนได้จัดให้นักเรียนสามารถยื่นคำร้อง ส่งข้อมูลกับทางโรงเรียน เพื่อที่จะทำการจัดสรรที่เรียนให้นักเรียนได้มีที่เรียนทุกคน โดยจะจัดสรรไปใน 6 โรงเรียนในเขตพื้นที่ใกล้เคียง มีโรงเรียนในสังกัด สพฐ 4 แห่ง คือ 1.โรงเรียนราชวินิตบางเขน 2.โรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ 3.โรงเรียนพิบูลย์อุปถัมภ์ 4.โรงเรียนบางบัวเพ่งตั้งตรงจิต และโรงเรียนในสังกัด กทม.อีก 2 แห่ง คือ 1.โรงเรียนมัธยมประชานิเวศ 2.โรงเรียนเสนานิคม

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศระหว่างการจับสลากว่า ผู้ปกครองต่างนั่งลุ่นกันหน้าจอโทรทัศน์วงจรปิด เมื่อบุตรหลานจับสลากได้ต่างแสดงอาการดีใจ ในส่วนของเด็กที่จับฉลากไม่ได้บางคนก็เดินร้องไห้ออกมากอดผู้ปกครอง โดยนายจุมภฏ พงศ์ไพจิตร ผู้ปกครอง ด.ญ.สุริยาภา พงศ์ไพจิตร กล่าวว่า วันนี้ถึงแม้ว่าลูกจะจับสลากไม่ได้ก็มีบ้างที่ผิดหวัง แต่ก็ไม่เป็นไร ก็คงให้ลูกเรียนโรงเรียนเดิมคือโรงเรียนสตรีวรนาถบางเขน

“ทำใจไว้ก่อนหน้านี้แล้วถ้าได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร และก็ไม่ได้บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ เพราะเชื่อมั่นในตัวลูก ถึงแม้จะจับสลากไม่ได้ก็จะปลอบใจลูกให้รู้ว่าการเรียนยังมีอีกยาวไกล การไม่ได้ตรงนี้ไม่ใช่จุดแตกหักของชีวิต เพราะยังมีโอกาสอีกมากที่จะประสบความสำเร็จ” นายจุมภฏกล่าว

ด้าน ด.ญ.นภาพร อุบลสอาด อายุ 13 ปี จาก ร.ร.วัดเสมียนนารี ซึ่งจับสลากได้กล่าวด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มว่า ก่อนขึ้นไปจับรู้สึกตื่นเต้นมาก ระหว่างเดินแถวก็นึกถึงพ่อ แม่ เพราะพ่อแม่อยากให้ได้เรียนที่โรงเรียนหอวังมาก ก่อนหน้านี้แม่ได้พาไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ จ.จันทบุรี เพื่อขอให้สมหวังในการจับสลาก แต่ก็ไม่รู้ว่าแม่ได้บนอะไรไว้บ้าง ตอนนี้รู้สึกโล่งอกเป็นอย่างมาก ต่อจากนี้ไปก็จะตั้งใจเรียนอย่างที่พ่อแม่ตั้งใจไว้

ด้านคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการจับสลากที่โรงเรียนสายปัญญา ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งนางอัสนี ณ ระนอง ผู้อำนวยการโรงเรียนสายปัญญา กล่าวว่า นักเรียนที่มีสิทธิ์ในพื้นที่ทั้งหมดมี 194 คน แต่ในจำนวนดังกล่าวสอบติดไปแล้ว 58 คน ส่วนโควตาการจับสลากเด็กในพื้นที่ทางโรงเรียนมีแผนจะรับ 136 คน ซึ่งวันนี้มีเด็กมาลงทะเบียนเพื่อจับสลากเพียง 103 คน น้อยกว่าจำนวนที่กำหนด ทำให้สามารถรับได้ทั้งหมด ซึ่งสาเหตุที่มีนักเรียนจำนวนน้อย เพราะพื้นที่ใกล้โรงเรียน มีบ้านพักอาศัยน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัท ร้านค้า บริษัทขนส่ง

“โรงเรียนมีแผนโดยสอบคัดเลือก 160 คน จับสลาก 160 คน ปีนี้มีเด็กพื้นที่มาสมัครน้อยกว่าแผนการรับนักเรียนที่กำหนดไว้ ท่านเลขา สพฐ.ให้รับนักเรียนทุกคนเข้าเรียน” ผอ.ร.ร.สายปัญญากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นคุณหญิงกษมาได้เดินทางไปดูการจับสลากนักเรียนเข้า ม.1 ที่โรงเรียนศึกษานารี โดยนางสิริยุพา สกุนตะเสฐียร ผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษานารี กล่าวว่า โรงเรียนมีแผนรับนักเรียนทั้งสิ้น 476 คน โดยรับเด็กโครงการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ 1 ห้อง หรือ 36 คน แต่ต้องรับไว้ 44 คน เพราะเด็กได้คะแนนเท่ากันหลายคน นอกจากนี้ยังรับเด็กพิเศษ 22 คน เด็กที่ผ่านการสอบคัดเลือก 305 คน สำหรับโควตาเด็กพื้นที่โรงเรียนจะรับ 110 คน แต่มีนักเรียนมาลงทะเบียน 132 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงที่คุณหญิงกษมาเดินทางมาถึงโรงเรียนนั้น นักเรียนกำลังจับสลาก ซึ่งมีทั้งนักเรียนที่จับสลากได้ และจับไม่ได้ ซึ่งเมื่อทราบว่ามีเด็กเกินไม่มาก จึงสั่งการให้ทางโรงเรียนประกาศให้ผู้ปกครอง และนักเรียน ทราบว่าทางโรงเรียนรับเด็กทุกคนเข้าเรียน ทำให้มีเสียงไชโย โห่ร้อง เสียงปรบมือ ตลอดจนปฏิกิริยาทั้งของผู้ปกครอง และนักเรียน มีรอยยิ้มขึ้นมาทันที โดยเฉพาะเด็กที่จับสลากไม่ได้ถึงร้องไห้ไปยิ้มไปด้วยความดีใจที่ได้เข้าเรียน

นางสุจิตรา ตรโนดม ผู้ปกครอง ด.ญ.สุวิดา ตรโนคม กล่าวทั้งน้ำตาว่า ลูกสอบมาสอบแต่สอบไม่ติด แต่ยังมีสิทธิ์จับสลากเพราะบ้านอยู่ในพื้นที่ วันนี้ก่อนเดินทางมาโรงเรียนไปกราบพระที่บ้าน พอมาถึงโรงเรียนก็มากราบสิ่งศักดิ์ที่อยู่ในโรงเรียนทุกแห่ง ขอให้ลูกสาวจับสลากได้ พออาจารย์ประกาศว่าคุณหญิงกษมา ให้รับทุกคน ดีใจจนน้ำตาไหลทันที

“เมื่อเช้าได้บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาไว้และจะรีบมาแก้บนศาลพระภูมิที่โรงเรียนด้วยไข่ต้ม 19 ฟอง ผลไม้ ขนมหวาน พวงมาลัย ส่วนพระที่บ้าน เสด็จพ่อรัชกาลที่ 5 บอกว่าถ้าลูกสาวได้เรียนศึกษานารีจะนำพวงมาลัยถวาย อย่างไรก็ตาม พรุ่งนี้ตนจะแก้บนทันที”

ด.ญ.สุวิดา กล่าวด้วยว่า ตื่นเต้นมากจนมือเย็น เพราะถึงคิวที่จะต้องจับสลากพอดี พอโรงเรียนประกาศว่ารับทุกคน ขอให้ทุกคนมาลงทะเบียน หันไปยิ้มกับคุณแม่ เห็นแม่ร้องไห้ ตนตั้งใจทันทีเลยว่า นับแต่นี้ต่อไปจะตั้งใจเรียน และจะทำเกรดให้ดี เพราะถ้าหากเรียนจบ ม.3 แล้วเกรดไม่ถึงตามที่โรงเรียนกำหนด ก็จะไม่มีสิทธิเรียนต่อ ม.4 ไม่อยากมาลุ้นสอบเข้า ม.4 อีก

ด้านคุณหญิงกษมากล่าวว่า จากการเดินทางไปดูการจับสลาก พบว่าโรงเรียนยังมีพื้นที่เหลือ หรือมีเด็กเกิน เล็กน้อย จึงให้โรงเรียนรับเด็กเข้าเรียนทุกคน พร้อมกันนี้ได้ให้นโยบายไปว่าให้ครูดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดด้วย สำหรับ สพฐ.จะดูแลค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสาธารณูปโภค เพราะโรงเรียนยอดนิยมส่วนใหญ่จะใช้ระบบ ICT เข้ามาใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งตรงนี้จะเข้าไปดูเรื่องค่าใช้จ่ายให้

สำหรับนักเรียนที่จับสลากไม่ได้ ให้เรียนรีบไปแจ้งเพื่อหาที่เรียนได้ที่โรงเรียนที่สอบ โรงเรียนในพื้นที่บริการของตนเอง และสำนักงานเขตพื้นที่ ระหว่างวันที่ 4-5 เมษายนนี้ เพื่อจะได้หาโรงเรียนให้เด็กได้เรียนต่อไป

คุณหญิงกษมากล่าวฝากไปยังผู้ปกครองและนักเรียนว่า การที่นักเรียนเข้าเรียน ม.1 ง่ายๆ ก็ขอให้ดูแลลูกและนักเรียนตั้งใจเรียน อย่าให้ ติด ร. และต้องทำเกรดเฉลี่ยให้ถึงตามที่โรงเรียนกำหนดไว้ เพราะไม่อย่างนั้นอาจไม่มีสิทธิเรียน ม.4 อย่างไรก็ตาม ตนจะกำชับผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่ง อธิบายเรื่องนี้ให้ผู้ปกครอง เข้าใจ เสียแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่มีปัญหากันในภายหลัง

เมื่อถามว่าพื้นที่การศึกษา กทม.เขต 2 มักจะมีปัญหาเด็กล้นทุกปี จะแก้ปัญหาอย่างไร คุณหญิงกษมา กล่าวว่า เข้าใจสภาพปัญหาเราต้องเกลี่ยเพื่อให้เด็กมีที่เรียนทุกคน สำหรับตัวเลขว่าเกินเท่าไหร่นั้นขณะนี้ยังไม่ทราบที่แน่ชัด คาดว่าพรุ่งนี้คงพอจะสรุปเบื้องต้นว่าเกินอยู่เท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม จะมีโรงเรียนสังกัด กทม.ช่วยรองรับนักเรียนไปจำนวนหนึ่ง โรงเรียนยอดนิยม อาจขยายรับนักเรียนห้องละ 45-50 คน แต่การขยายคงไม่ได้ทำทุกแห่งเพราะจะต้องดูความพร้อมด้วย

Comments